| |
มูลนิธิทาคาฮาชิ |
|
| |
ความเป็นมาของ มูลนิธิทาคาฮาชิ |
|
| |
|
|
| |
นโยบายหลักที่ประธานกลุ่มบริษัทมินีแบ (ประเทศไทย) มอบหมายให้พนักงานทุกคนเป็นแนวปฏิบัติในการดำเนินกิจการของบริษัท คือ เราต้องตระหนักว่าธุรกิจจะไม่สามารถพัฒนาไปได้ถ้าเราไม่สนใจความเป็นอยู่ของคนในชุมชนท้องถิ่นที่เราดำเนินกิจการอยู่ นั่นหมายถึง เราจะต้อง "ไม่เป็นต้นเหตุของมลภาวะ” “ไม่ทำลายสภาพ แวดล้อม” และ “ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ชุมชนท้องถิ่น” ในขณะเดียวกันเราต้องเคารพวัฒนธรรมท้องถิ่นและช่วยกันพัฒนาให้ชุมชนเจริญก้าวหน้า เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนและช่วยโลก ซึ่งนับเป็นความรับผิดชอบขององค์กรต่อสังคม
ในปี พ.ศ. 2535 ซึ่งเป็นปีที่ 10 ที่กลุ่มบริษัทมินีแบดำเนินกิจการด้วยความสำเร็จ ในประเทศไทย ผู้บริหารของกลุ่มบริษัทมินีแบจึงมีมติให้ก่อตั้งมูลนิธิขึ้น โดยบริจาคเงิน 20 ล้านบาทเป็นทุนจดทะเบียนแรกเริ่มการก่อตั้งมูลนิธิ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนด้านทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ขาดแคลน ด้วยเล็งเห็นว่าการศึกษาเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน แต่ยังมีเยาวชนอีกมากที่ขาดโอกาสทางการศึกษา โดยตั้งชื่อมูลนิธิว่า “มูลนิธิทาคาฮาชิ” เพื่อเป็นเกียรติแก่ มร.ทาคามิ ทาคาฮาชิ ผู้ก่อตั้งและประธานคนแรกของกลุ่มบริษัทมินีแบ จึง
ใช้ชื่อท่านเป็นชื่อของมูลนิธิ และได้เชิญนักวิชาการและผู้บริหารการศึกษาระดับสูงจากกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการการอุดมศึกษา ที่มีประสบการณ์เป็นกรรมการบริหารมูลนิธิ |
|
| |
|
|
| |
วัตถุประสงค์ของมูลนิธิ |
|
| |
1. |
เพื่อสนับสนุนแก่องค์การหรือสถาบันการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและเพื่อสนับสนุนแก่นักเรียนนักศึกษาที่กำลังศึกษา ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในองค์การหรือสถาบันการศึกษาต่างๆ |
2. |
เพื่อสนับสนุนโครงการวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี |
3. |
เพื่อดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์ หรือร่วมมือกับองค์การการกุศลอื่น ๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ |
4. |
ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด |
|
|
| |
|
|
| |
ทุนจดทะเบียน |
|
| |
ในปี พ.ศ. 2535 กลุ่มบริษัทมินีแบ (ประเทศไทย) ได้มอบเงินทุนแรกเริ่มสำหรับการก่อตั้งมูลนิธิเป็นเงิน 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน)
ในปี พ.ศ. 2540 กลุ่มบริษัทมินีแบ (ประเทศไทย) ได้มอบเงินทุนเพิ่มให้มูลนิธิอีก 20 ล้านบาท รวมเงินทุนเป็น 40,00,000 บาท (สี่สิบล้านบาทถ้วน) โดยจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเงินทุนปี 2540
ในปี พ.ศ. 2543 มูลนิธิได้รับดอกเบี้ยเพิ่มจากเงินทุนจดทะเบียน และนำฝากเข้าสมทบกับเงินทุน 30% ของดอกผลที่ได้รับ จึงมีเงินทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 43,788,513.96 บาท (สี่สิบสามล้านเจ็ดแสนแปดหมื่นแปดพันห้าร้อยสิบสามบาทเก้าสิบหกสตางค์ ) โดยจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเงินทุนปี 2543
ในปี พ.ศ. 2546 กลุ่มบริษัทมินีแบ (ประเทศไทย)ได้รับบริจาคเพิ่มเติมอีก 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน) รวมเป็นเงินทุนทั้งสิ้น 63,788,513.96 บาท ( หกสิบสามล้านเจ็ดแสนแปดหมื่นแปดพันห้าร้อยสิบสามบาทเก้าสิบหกสตางค์ ) โดยจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเงินทุนปี 2546
ในปี พ.ศ. 2550 ในโอกาสที่กลุ่มบริษัทมินีแบ (ประเทศไทย) ครบรอบ 25 ปีในการดำเนินกิจการในประเทศไทย ได้บริจาคเพิ่มเติมอีก 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน) รวมเป็นเงินทุนทั้งสิ้น 83,788,513.96 บาท ( แปดสิบสามล้านเจ็ดแสดแปดหมื่นแปดพันห้าร้อยสิบสามบาทเก้าสิบหกสตางค์) โดยจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเงินทุนปี 2550
การที่มูลนิธิได้รับบริจาคเงินทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้น ทำให้มูลนิธิสามารถนำดอกผลที่ได้จากเงินฝากนำไปดำเนินกิจกรรมเพื่อสาธารณ ประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้น ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ |
|
| |
|
|
| |
สถานะของมูลนิธิ |
|
| |
ในปี 2539 หลังจากที่มูลนิธิ ได้ดำเนินกิจกรรมการกุศลอย่างต่อเนื่อง ตลอดการดำเนินงาน 4 ปี มูลนิธิจึงได้รับการประกาศให้เป็นองค์กรสาธารณกุศล ลำดับที่ 297 ตามประกาศของกระทรวงการคลัง ฉบับที่ 51 |
|
| |
|
|
| |
กิจกรรมการกุศลของมูลนิธิ |
|
| |
|
|
| |
 |
|
| |
|
|
| |
มอบทุนการศึกษา มูลนิธิได้ดำเนินกิจกรรมด้านสนับสนุนการศึกษา โดยมอบทุนการศึกษาให้แก่ นักศึกษาตั้งแต่ระดับ ปวช. ปวส. และ ปริญญาตรี ในสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ ที่สังกัดคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และ คณะกรรมการการอุดมศึกษาโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนเป็นทุนการศึกษาแก่นักศึกษาที่เรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้มีโอกาสได้เรียนจนจบหลักสูตรนั้นๆ ซึ่งมูลนิธิได้มอบทุนการศึกษาตั้งแต่ปี 2537 ถึงปีปัจจุบัน รวมทั้งสิ้น 806 ทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 28,675,000 บาท ซึ่งการมอบทุนการศึกษานี้ คณะกรรมการบริหารได้แต่งตั้งให้คณะอนุกรรมการเป็นผู้พิจารณาจำนวนทุนในแต่ละปีการศึกษา
มอบทุนสนับสนุน งานวิจัยและอนุรักษ์พันธ์เต่าทะเล ของคณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาชีววิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท เพื่อวิจัยสายพันธุ์ของเต่าทะเล และดำเนินโครงการ
อนุรักษ์เต่าทะเลที่มีจำนวนน้อยลง เพื่อไม่ให้สูญพันธ์ และสามารถเพาะพันธุ์เพิ่มจำนวนมากขึ้น ในปี 2538
มอบทุนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน สำหรับโรงเรียนระดับประถมศึกษาในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง และ จังหวัดลพบุรี ที่มีโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของนักเรียนระดับประถมศึกษาที่ยังขาดแคลนทุนทรัพย์ ในการดำเนินโครงการ เพื่อช่วยเหลือโครงการเกษตรฯ ให้นักเรียนสามารถ
เพาะปลูกผักสวนครัว เลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงปลาดุก เพื่อนำไปประกอบอาหารกลางวันในโรงเรียนได้ โดยได้มอบทุนให้
ปีละ 150,000 บาท จัดสรรให้โรงเรียนต่างๆ ระหว่างปี 2541-2546
มอบทุนโครงการเติมความรู้สู่ห้องสมุดโรงเรียน สำหรับโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
ซึ่งขาดแคลนทุนทรัพย์ในการดำเนินการจัดทำห้องสมุดมาตรฐาน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ ให้นักเรียนมีทักษะรักการ
อ่าน และค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมนอกจากตำราเรียน งบประมาณโรงเรียนละ 250,000 บาท รวม 2 โรงเรียน ระหว่างปี 2548 - 2550 |
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
มอบทุนสนับสนุนโครงการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทน (ไบโอดีเซล) ให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในสังกัดสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ เป็นเงิน 400,000 บาท ในเดือนกุมภาพันธ์ 2551 |
|
| |
|
|
| |
ข้อมูลทั่วไปของมูลนิธิ |
|
| |
เลขที่ใบอนุญาตจดทะเบียนที่:
ต.135 / 2535 ลงวันที่ 17 เมษายน 2535
เป็นองค์การสาธารณะกุศลลำดับที่ 297 ตามประกาศกระทรวงการคลัง |
|
| |
|
|
| |
คณะกรรมการบริหารมูลนิธิทาคาฮาชิ |
นาย ชาญชัย ลี้ถาวร |
ประธานกรรมการ |
นาย โมริฮิโระ อิอิจิมา |
รองประธานกรรมการ
และเหรัญญิก |
นาย มาซาโยชิ ยามานากะ |
กรรมการ |
นาย ชุนจิ มาเซะ |
กรรมการ |
นาย นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ |
กรรมการ |
นาย วีระศักดิ์ วงศ์สมบัติ |
กรรมการ |
นาย นายวุฒิชัย อุดมกาญจนนันท์ |
กรรมการ และเลขานุการ |
|
|
| |
|
|
| |
สถานที่ติดต่อ |
|
| |
| |
เลขที่ 55 ชั้น 19 อาคารเวฟเพลส ถ.วิทยุ ลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์ : 0-2253-4897
โทรสาร : 0-2255-2875
หรือ
เลขที่ 1 หมู่ 7 ถนนพหลโยธิน กม.51
อ.บางปะอิน จ.อยุธยา 13180
โทรศัพท์ : (035) 361-429 , 361-439 ต่อ 1777, 1788
โทรสาร : (035) 361-477,362-148 |
|
|
| |
|
|